28/06/2022

ข่าวกีฬาดัง ติดตามข่าวกีฬาทั่วโลก อัพเดทข่าวสารก่อนใคร

เกาะติดทุกสถานการณ์ล่าสุด ของแวดวงการกีฬา ทั้งในและต่างประเทศ อัพเดทข่าวสารตลอด 24 ชม. ทุกข่าวทุกเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่นี้

ฝ่าวิกฤตผลกระทบสงคราม!!! : หลักสำคัญหลังจากเกม สิงห์บลู บุกคว้าสามแต้มเหนือ นอริช

สิงห์บลูบุกคว้าสามแต้มเหนือนอริช

บอล พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 2021/22
คืนวันพฤหัสบดีที่ 10 มี.ค. 2022

นอริช 1-3 เชลซี

สนาม: แคร์โรว โร้ด

1. เชลซี จำเป็นต้องวิงแบ็คธรรมชาติเท่านั้น

สิงห์บลู

เกมนี้เป็นอีกนัดที่ โธมัส ทูเคิล จัดการทดลองเอานักเตะตำแหน่งอื่นมายืนทำหน้าที่เป็นวิงแบ็คอีกครั้ง โดยฝั่งซ้ายใช้งาน ซาอูล นิเกวซ ลงทำหน้าที่แทน มาร์กอส อลอนโซ ที่ติดโควิด ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ย่ำแย่แต่ว่าเห็นได้ชัดถึงความไม่เป็นธรรมชาติสำหรับในการสร้างสรรค์เกมรุกไม่เหมือนกับ อัซปิลิกวยต้า ฝั่งขวาที่ขึ้นสุดลงสุดอย่างแจ่มแจ้ง แถมในครึ่งหลัง นายใหญ่ชาวเยอรมันก็จัดการส่ง รูเบน ลอฟตัส ชีค มาเล่นวิงแบ็คขวาแทน กัปตันเดฟ และคล้ายกับ ซาอูล ที่การทำเกมเห็นได้ชัดว่าเน้นความรัดกุมและก็แทบจะไม่มีจังหวะลุ้นเปิดบอลให้เห็นเลยตามธรรมชาติของกองกลางตัวกลาง ด้วยเหตุนั่นเองทำให้อาวุธร้ายของ เชลซี ที่เคยมีหายไป เนื่องจากฉนั้นวันนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำซ้ำเติมว่ายังไงซะแผนแบบงี้จึงควรมีวิงแบ็คธรรมชาติลงทำการถึงจะเวิร์ค

2. ฮาเวิร์คซ์ แนวรุกอันดับหนึ่ง

สิงห์บลู1

พูดได้ว่าตั้งตนเองขึ้นมาเป็นหัวหอกอันดับหนึ่งของทีมได้เป็นที่เรียบร้อยจากผลงานสุดโดดเด่นในระยะหลัง ที่มีส่วนร่วมกับเกมรุกของทีมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้มี เมสัน เมานท์ มารอประสานงานเชื่อมเกมกัน ทำให้เกมรุกของ เชลซี ไหลลื่นเนียนตา แตกต่างกันกับการให้ ลูกากู ที่วันนี้ลงไปในสนามมาเป็นตัวสำรองลิบลับ แถมเกมนี้ก็ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนด้าน แวร์เนอร์ ที่ลงเล่นเป็นตัวจริงก็เงียบสนิทและก็ยังคงฝากผีฝากไข้เอาไว้ไม่ได้อีกเหมือนเคย

3. นอริช อันตรายขั้นสุด

นอริช

จากความแพ้พ่ายในนัดนี้ทำให้ นอริช ซิตี้ แพ้มาแล้ว 6 เกมติดต่อกันในลีกตกลงไปอยู่อันดับบ๊วยของตารางมีเพียงแค่ 17 คะแนนจากการลงเล่น 28 นัด ซึ่งน่าสนใจตรงที่ทีมอย่าง เบิร์นลีย์ อันดับ 18 และก็ เอฟเวอร์ตัน อันดับ 17 ที่มีแต้มห่างกัน 4 และก็ 5 แต้มตามลำดับ แต่ว่าทั้งสองทีมลงแข่งน้อยกว่าถึง 2-3 เกม นั่นก็เลยเป็นจุดที่ทีมของ ดีน สมิธ เสียเปรียบกว่าคู่แข่งเนื่องจากไม่เหลือเกมหลงเหลือในมืออีกแล้ว ซึ่งถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว ๆ นี้ เราก็คงจะได้เห็น นอริช ซิตี้ กลับลงไปทักเพื่อน ๆ ใน เดอะแชมเปี้ยนส์ชิพ ฤดูกาลหน้าอีกครั้งอย่างแน่นอน